วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2562

 7.pagani huayra bc
; อังกฤษอ่าน "ฮิวอายร่า") เป็นรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง เครื่องยนตร์กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสองล้อท้าย (RMR) 2 ประตู 2 ที่นั่ง ผลิตโดยบริษัท ปากานีจากอิตาลี เป็นรุ่นพัฒนาต่อจากซอนด้า ซึ่งประสบความสำเร็จในตลาดมาก เปิดตัวครั้งแรกด้วยการลงรูปภาพในอินเทอร์เน็ต ในวันที่ 25 มกราคม ค.ศ. 2011[1][2][3] ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งานเจนีวาออโตซาลอน 2011 ในเดือนมีนาคม[4] คำว่า "อูไอรา" มาจาก "ไวรา ทาทา" ซึ่งหมายถึงเทพเจ้าแห่งลม ในภาษาเกชัวของจักรวรรดิอินคา[5][1]
ปากานี อูไอรา
Matte Black Pagani Huayra (16927759237).jpg
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตปากานี
เริ่มผลิตเมื่อค.ศ. 2012 – 2018 (คูเป้)
ค.ศ. 2017 – ปัจจุบัน (roadster และ BC)
แหล่งผลิตโมเดนา, ประเทศอิตาลี
ผู้ออกแบบโฮราซิโอ ปากานี (Horacio Pagani)
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภทรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง(Sports car)
รูปแบบตัวถัง2 ประตู คูเป
2 ประตู โรดสเตอร์
โครงสร้างเครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสองล้อท้าย (RMR)
จำนวนประตู2 แบบกัลวิงดอร์ (Gullwing doors; คูเป)
2 แบบประตูบานเปิดธรรมดา (โรดสเตอร์)
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์5980 cc Mercedes-AMG bi-turbo เครื่องยนต์เมอร์เซเดส M275 V12
กำลัง537 kW (730 PS) (คูเป)
562 kW (764 PS) (โรดสเตอร์)
588 kW (800 PS) (อูไอรา บีซี)
ระบบเกียร์เกียร์ธรรมดาแบบจังหวะต่อเนื่อง 7 จังหวะ
มิติ
ระยะฐานล้อ2,795 มม. (110.0 นิ้ว)
ความยาว4,605 มม. (181.3 นิ้ว)
ความกว้าง2,036 มม. (80.2 นิ้ว)
ความสูง1,169 มม. (46.0 นิ้ว)
น้ำหนัก1,350 kg (2,980 lb) (dry)
1,697 kg (3,741 lb) (wet)
1,280 kg (2,820 lb) (โรดสเตอร์)
1,218 kg (2,685 lb) (อูไอรา บีซี)
ระยะเหตุการณ์
รุ่นก่อนหน้าปากานี ซอนดา
อูไอราใช้เครื่องยนต์ขนาด 6.0 ลิตร ทวิน-เทอร์โบ V12 ของเมอร์เซเดส ซึ่งพัฒนาเพื่อคันนี้โดยเฉพาะ สามารถให้กำลังได้ถึง 720 แรงม้า (730 PS; 539 kW) และแรงบิด 1,000 นิวตัน·เมตร (740 lb·ft) ส่วนระบบส่งกำลังเป็นเกียร์ 7 จังหวะแบบซีเควนเชียล (Sequential) รถสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ที่ 3.2 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 372 กม./ชม. (231 ไมล์/ชม.)[6]
อูไอรายังได้ปรากฏในภาพยนตร์ ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 4: มหาวิบัติยุคสูญพันธุ์ ที่แปลงเป็นหุ่นตัวร้าย สทินเกอร์ (Stinger)[7] รวมถึงวีดีโอเกมจากค่ายอีเอในนีดฟอร์สปีดเดอะซีรีส์ (Need For Speed)[8], เกมฟอร์ซา มอเตอร์สปอร์ต 5 (Forza Motorsport 5), แกรน ตูริสโม 6 (Gran Turismo 6)
อูไอรา ได้รับการเสนอให้ "เป็นรถไฮเปอร์คาร์แห่งปี 2012" (The Hypercar of the Year 2012) โดยนิตยสารท็อปเกียร์ และยังได้รับคำชื่นชมโดยริชาร์ด แฮมมอนด์ พิธีกรแห่งท็อปเกียร์ด้วย นอกจากนี้ อูไอรา ได้รับการจดสถิติเป็นรถที่เร็วที่สุดที่ทดสอบในสนามของทางท็อปเกียร์ ด้วยเวลา 1:13.8 เอาชนะ เอเรียล อะตอม วี8 ที่ทำได้ที่เวลา 1:15.1 ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2011
8.Goodwood Festival of Speed โดยการออกแบบภายนอกมันมาพร้อมกับสีเขียว พร้อมกับสปอยเลอร์หน้าแบบคาร์บอนไฟเบอร์ อีกทั้งยังได้ติดตั้งช่องระบายอากาศบนหลังคา และสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ การเปลี่ยนแปลงในส่วนอื่น ๆ ก็จะมีระบบไอเสียแบบ 4 ท่อ และปรับเปลี่ยนช่องระบายอากาศด้านหลังที่อยู่ใต้รถ (Rear Diffuser)
McLaren P1  GT (แม็คลาเรน พี1 จีที) ถูกเปิดตัวที่งาน
McLaren P1 GT _09
McLaren P1 GT _02
เมื่อเข้าไปภายในห้องโดยสารจะพบกับพวงมาลัยแบบคาร์บอนไฟเบอร์ที่ตกแต่งด้วยสีเขียว เบาะนั่งแบบทูโทน ที่ดึงประตูสีเขียว และป้ายที่แสดงถึงการมีหนึ่งเดียวตรงฝั่งคนขับ
McLaren P1 GT _03
McLaren P1 GT _04
McLaren P1 GT _06
ดูเหมือนว่า แม็คลาเรน พี1 จีที จะใช้พื้นฐานของ McLaren P1 GTR (คันที่ 33 จากทั้งหมด 40 คัน) ด้วยการใช้เครื่องยนต์ทวินเทอร์โบ ขนาด 3.8 ลิตร V8 กำลัง 789 แรงม้า และยังติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเบาที่ช่วยเพิ่มกำลังอีก 197 แรงม้า ซึ่งนั้นทำให้มันมีกำลังรวม 986 แรงม้า ยังไม่มีความแน่ชัดว่า Lanzante มีการปรับแต่งเครื่องยนต์หรือไม่ แต่ McLaren P1 GT อาจมีน้ำหนักเบากว่ารุ่นมาตรฐาน
McLaren P1 GT _10
McLaren P1 GT _07
ส่วนรายละเอียดหลาย ๆ อย่างยังคงไม่มีการเผยออกมามากนัก แต่ Autocar รายงานว่า McLaren P1 GT ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก McLaren F1 GT Longtail และการปรับแต่งนี้ได้รับการว่าจ้างมาจากลูกค้าจากตะวันออกกลาง
McLaren F1 GT Longtail
McLaren F1 GT Longtail
เพื่อน ๆ สามารถติดตามข่าวสารการเปิดตัวรถยนต์ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ได้ที่ Thaicarlover.com หรืออีกหนึ่งช่องทางง่ายๆ จากทางแฟนเพจ เพียงกด 

วันอังคารที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2562


9.Ferrari Laferrarl Aperta
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตเฟอร์รารี่
เริ่มผลิตเมื่อค.ศ. 2013 – 2015 (คูเป, 500 คัน)
ค.ศ. 2016 – 2018 (อเพอร์ทา, 210 คัน)
รุ่นปีค.ศ. 2013 – 2016 (coupé)
ค.ศ. 2016 – 2018 (Aperta)
ผู้ออกแบบศูนย์การออกแบบเฟอร์รารี่ ภายใต้การดูแลของ ฟลาวีโอ แมนโซนี (Flavio Manzoni)[1]
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภทรถยนต์นั่งไฮบริดสมรรถนะสูง (Hybrid sports car)
รูปแบบตัวถัง2 ประตู คูเป
2 ประตู สไปเดอร์ (อเพอร์ทา)
โครงสร้างเครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสองล้อท้าย (RMR)
รุ่นที่คล้ายกันเฟอร์รารี่ เอฟเอ็กซ์เอ็กซ์-เค
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์6.3 L เครื่องเฟอร์รารี่ เอฟ140เอฟอี V12, มอเตอร์ไฟฟ้า & KERS
ระบบเกียร์เกียร์ดูโอคลัช 7 จังหวะ
มิติ
ระยะฐานล้อ2,650 มม. (104.3 นิ้ว)[2]
ความยาว4,702 มม. (185.1 นิ้ว)[2]
ความกว้าง1,992 มม. (78.4 นิ้ว)[2]
ความสูง1,116 มม. (43.9 นิ้ว)[2]
น้ำหนัก3,495 ปอนด์ (1,585 กก.)[3] 1,255 kg (2,767 lb) (dry)
ระยะเหตุการณ์
รุ่นก่อนหน้าเฟอร์รารี่ เอ็นโซ
ลาเฟอร์รารี่ ประกอบด้วยรูปแบบตัวถัง 2 ประเภท คือ แบบคูเป ที่มีการจำกัดจำนวนเพียง 500 คัน กับแบบสไปเดอร์ เปิดประทุน และจำกัดจำนวนเพียง 209 คันเท่านั้น ใช้ชื่อการค้าใหม่ว่า อเพอร์ทา (Aperta) ได้เปิดตัวครั้งแรกในงานปารีสมอเตอร์โชว์ ค.ศ. 2016[7][8][9]
เฟอร์รารี่ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ลาร์เฟอร์รารี่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 350 กม./ชม. (220 ไมล์/ชม.) โดยที่อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. (62 ไมล์/ชม.) สามารถทำได้ในเวลาเพียง 3 วินาที, 200 กม./ชม. (120 ไมล์/ชม.) ใช้เวลาเพียง 7 วินาที และ เมื่อแตะไปถึง 300 กม./ชม. (190 ไมล์/ชม.) ภายในเวลาเพียง 15 วินาที[10] ที่สนามฟีโอราโน ลาเฟอร์รารี่ ก็ได้ลงทดสอบความเร็ว ผลปรากฏว่า ลาร์เฟอร์รารี่สามารถทำเวลาได้เพียง 1 นาที กับอีก 20 วินาที ทำให้ลาเฟอร์รารี่ เป็นรถบนถนน (Road-legal car) ที่เร็วที่สุดของเฟอร์รารี่ เท่าที่เฟอร์รารี่เคยผลิตมา[11]
ลาเฟอร์รารี่ ใช้เครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 6.3 ลิตร (6262 ซีซี) มีกำลัง 800 PS (588 kW; 789 bhp) ที่ 9,000 rpm แรงบิดสูงสุดได้ที่ 700 N·m (516 lb·ft) ที่ 6,750 rpm ขับเคลื่อนด้วย 2 ล้อหลัง ใช้เกียร์กึ่งอัตโนมัติ 7 จังหวะ ในระบบคลัทช์คู่ (Dual-clutch) ที่สำคัญ ลาร์เฟอร์รารี่ เป็นรถคันแรกของเฟอร์รารี่ที่ใช้เครื่องยนต์ไฮบริด ทำให้ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ เพียง 330 กรัม/กม. ลาร์เฟอร์รารี่ จะผลิตมาเพียง 499 คันเท่านั้น และแต่ละคันมีราคาสูงถึง 1 ล้านยูโร และผู้ซื้อจะต้องเป็นเจ้าของเฟอร์รารี่อยู่แล้วอย่างน้อย 4 คัน[12]
ในวันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ. 2016 ลาเฟอร์รารี่ ได้รับการประมูลออกไปกว่า 7 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 5,743,500.00 ยูโร ทำให้มันกลายเป็น "รถศตวรรษที่ 21 ที่มีราคาประมูลสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา"[13]

1.Mclaren P1 LM รถยนต์นั่งปลั๊กอินไฮบริดสมรรถนะสูง   (Plug-in hybrid sport car) เครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสองล้อท้าย (RMR) 2 ประตู 2 ท...